Register
It is currently 10 Sep 2010 18:36

สถานที่ RP เล่นกับเก็นจูว ไปพลางๆ

View active topics

All times are UTC + 7 hours


Post new topic Reply to topic  [ 24 posts ]  Go to page 1, 2  Next
Author Message
 PostPosted: 09 Feb 2010 22:19  Reply with quote Report this post 
[E] Omake Chocobo
[E] Omake Chocobo
User avatar

Joined: 21 Dec 2003 01:09
Posts: 75983
Location: โลมากระแทกปาก !!!
Genju: Lv 99
Hp 9999
ShowKapok : โชว์กาโปก
Gil: 7777777
สามารถ RP เล่นกับเก็นจูวของเราได้ตามใจชอบที่นี่


แต่จะไม่มีผลต่อการเพิ่มความสามารถ หรือมีผลอะไรแต่อย่างใด
ใชสำหรับคนอยากแต่งเนื้อเรื่องว่าเรามีความผูกพันกับเก็นจูวยังไง หรือมีเนื้อเรื่องประวัติยังไงแค่นั้น แต่ไม่มีผลต่อการเล่น
เปิดได้อิสระให้ใครมาเล่นก็ได้

_________________
Image
Image
Image


Top
 Profile E-mail ICQ  
 PostPosted: 10 Feb 2010 00:08  Reply with quote Report this post 
[E] Elfin
[E] Elfin
User avatar

Joined: 11 Jul 2005 16:49
Posts: 5469
Location: ทุกที่...ที่สายลมพัดผ่าน...
Genju: Lv 17
Hp 1100
-Wind & Shine : สายลม แสงแดด
Gil: 60284
หลังจากที่ มันนี่ ภูติสายลมตัวน้อยชองเธอแปลสภาพกลายเป็น Sprite นามว่า ธาเลีย แล้ว

Image


โรบินก็ตัดสินใจออกเดินทางอีกครั้ง เธอจึงเดินทางกลับไปยัง Natureza เพื่อบอกลา เจโซ กษัตริย์ของอณาจักรเธอเสียก่อน
แต่เมื่อเธอไปถึงก็ไม่พบกับใครเลยสักคน เธอจึงตัดสินใจเขียนโน๊ตทิ้งเอาไว้ บนโต๊ะของเจโซ ข้อความสั้นๆว่า


" ขอออกเดินทางสักพักนะคะ ถ้าเบื่อแล้วจะรีบกลับมาค่ะ งิ /sml "



จากนั้นโรบิน จึงไปที่ท่าเรือเพื่อหาเรือสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่ แต่โรบินลืมคิดไปว่าเรือแทบทุกลำที่จอดเทียบท่าในอณาจักรของเธอส่วนมากจะเป็น


Image


เรือโจรสลัด /swf



แต่โชคยังเข้าข้างเธออยู่บ้างเมื่อกัปตันเรือลำนั้นต้องการเด็กทำความสะอาดเรือพอดี



Image

" นี่เธอว์.. สนใจจะมาเป็นเด็กทำความสะอาดเรือของชั้นไหมยะ "


กัปตันเรือ มีนามว่า " แจ็ค " เอ่ยปากชวนโรบิน ซึ่งโรบินก็ตัดสินใจรับปากทันที เพราะอย่างน้อยก็ได้โดยสารฟรีๆ แถมมีข้าวให้กินด้วย แต่ปัญหาก็คือเรือลำนี้จะไปไหนนี่สิ...



" จะดีเหรอเธอว์ /swf " ธาเลีย(ย่อส่วน)กระซิบข้างหูโรบินด้วยความเป็นห่วง


การเดินทางครั้งใหม่ของโรบินได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว /swf

_________________
- เขี้ยวหมาป่า 1 ea
- กุญแจ 1 ea
- ไวน์ชั้นเลิศ 3 ea
- ไข้หวัดหมู 1 ea
- ความรักของแม่กับลูก 1 ea

Image Image Image

" โรบินจะออกเดินทางแล้วนะ "

http://nihil.gigamag.net/board/viewtopic.php?t=16338


Top
 Profile  
 PostPosted: 10 Feb 2010 15:32  Reply with quote Report this post 
[E] Omake Chocobo
[E] Omake Chocobo
User avatar

Joined: 21 Dec 2003 01:09
Posts: 75983
Location: โลมากระแทกปาก !!!
Genju: Lv 99
Hp 9999
ShowKapok : โชว์กาโปก
Gil: 7777777
Seraph ร่อนลงมาและผ่านไป

_________________
Image
Image
Image


Top
 Profile E-mail ICQ  
 PostPosted: 10 Feb 2010 19:22  Reply with quote Report this post 
[D] Siren
[D] Siren
User avatar

Joined: 22 Sep 2004 17:11
Posts: 10768
Location: <-ClubSz, Escort Cafe in Gariland->
Genju: Lv 21
Hp 1720
Silence Melody : เพลงไร้ทำนอง สักดกั้นความสามารถฝ่ายตรงข้าม
Gil: 100
น้องเฟ่ต์บินไปบนท้องฟ้าพร้อมกับภูติ Elfin ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อของเขา

_________________
Image


Top
 Profile WWW  
 PostPosted: 12 Feb 2010 21:45  Reply with quote Report this post 
[D] Icys
[D] Icys
User avatar

Joined: 07 Jul 2005 18:13
Posts: 12474
Location: The Kingdom of Lacroa
Genju: Lv 21
Hp 866
Icy Blade : ดาบเยือกแข็ง
Gil: 36727
ณ สุสานราชวงศ์ ราชอาณาจักรลาครัวร์

ท่ามกลางสุสานที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้นานาชนิด มีร่างสูงของชายหนุ่มผมดำอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ซึ่งเป็นที่ฝังร่างของหญิงสาวนางหนึ่ง

Relemarina Miya De Lacroa 5th

เขานึกถึงความหลังที่เขาเคยใช้ชีวิต อุทิศตนเพื่อเจ้าของนามซิ่งสลักไว้บนแผ่นหินนั่น ทันใดนั้นเองก็มีผลึกน้ำแข็งจากที่ใดก็มิอาจทราบ รวมตัวกันจากอากาศธาตุ และปรากฏร่างของไอซี่ส์ มนต์อสูรแห่งน้ำแข็งคู่ใจของเขา

"คิดอะไรอยู่เหรอ? ชาร์"

มนต์อสูรสาวพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกบางอย่าง แม้เธอจะไม่ค่อยเข้าใจจิตใจของมนุษย์เท่าไหร่ แต่อย่างน้อยเธอก็รู้สึกอึดอัดขณะที่มองเขาจากข้างใน

"ไม่มีอะไรหรอก... แค่นึกถึงความหลังนิดหน่อยน่ะ........."

ชาร์พูดกับหล่อนซึ่งลอยอยู่เหนือทุ่งดอกไม้ข้างหลังเขา ว่าแล้วก็ยกสัมภาระขึ้นมาแบกไว้บนหลัง พลางหันมาพูดกับหล่อน

"ไปกันเถอะ ยูคิฮิเมะ /sml "
"ชั้นชื่อไอซี่ส์ต่างหาก กรุณาอย่าตั้งชื่อคนอื่นตามใจชอบได้มั้ย? /pif "
"เหรอ? นึกว่าจะชอบชื่อนี้ซะอีก ว้า.... /hmm "
"ม.... ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย! ก็นายน่ะ.... อ๊าาาาาาาา อีตาบ้าๆๆๆๆๆๆๆๆ /sob "

_________________
["แปะ" 1 ea จาก shoutbox]
["โอมบูลูๆ" 1 ea จาก shoutbox]
["ความรักของแม่กับลูก" 1 ea จาก shoutbox]

"ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่จงต่อสู้... แม้จะต้องเดียวดายก็ตาม....."


Top
 Profile WWW  
 PostPosted: 14 Feb 2010 18:59  Reply with quote Report this post 
[E] Omake Chocobo
[E] Omake Chocobo
User avatar

Joined: 21 Dec 2003 01:09
Posts: 75983
Location: โลมากระแทกปาก !!!
Genju: Lv 99
Hp 9999
ShowKapok : โชว์กาโปก
Gil: 7777777
Stellar Carbuncle บินไปมาร่าเริง /lick

_________________
Image
Image
Image


Top
 Profile E-mail ICQ  
 PostPosted: 13 Mar 2010 22:03  Reply with quote Report this post 
[C] Ramuh
[C] Ramuh
User avatar

Joined: 05 Mar 2004 01:03
Posts: 9080
Location: White Palace
Genju: Lv 42
Hp 2700
Judgement Bolt : สายฟ้าพิพากษา
Gil: 490
Image

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง

สายฟ้า หลายสาย พุ่งเข้าโจมตี โจเซฟ อย่างไม่หยุดยั้ง
ขาวิ่งหนีไป ปากก็บอกให้พอแล้ว พอได้แล้ว

แต่อสูรมายา ไรโอ ยังไม่ยอมเลิกง่ายๆ
คงกะจะเอาสายฟ้า ผ่าหัวโจเซฟให้ได้กระมัง...

"แฮ่ก แฮ่ก พอก่อนเถอะ ตาแก่" /wah โจเซฟ ที่วิ่งไปไม่ไหวแล้ว
หันตัวกลับ ไปทาง ไรโอ ที่ไล่ตามมา แล้วเริ่มทรุด เอาแขนยันเข่าตัวเองไว้ ก้มลง หอบแฮ่ก แฮ่ก

ไรโอ เอง ก็ ดูจะเหนื่อยไม่แพ้กัน หลังจากที่ไล่มานาน เขาก็ล้า เต็มที่ จึงหยุดมือบ้าง

โจเซฟที่เห็น ไรโอหยุดพัก จึงเริ่มที่จะทิ้งตัวลง เพื่อจะได้ พักอย่างเต็มที่ และคิดว่าคงไม่ต้อง วิ่งหนีอีกต่อไป

เปรี้ยง ทันทีที่เขา ทิ้งตัวลงนั่ง สายฟ้าสายใหญ่ ก็ฟาดลงข้างๆ ทำเอา หลบแทบไม่ทัน

"จะว๊าย" /oomg

"นึกว่าจะไม่เล่นงานแล้วเชียว" แต่นั่นก็ทำให้ ไรโอถึงกับทรุด แล้วยอมสงบลงอย่างดี
เพราะไม่มีแรงที่ จะรั้งตัวเอง ให้เคลื่อนไหว ต่อไปอีกแล้ว...

บทสนทนาด้วยความเหนื่อย อ่อน จึงเริ่มขึ้นบ้าง

"ตาแก่ ทำไมอายุปูนนี้แล้ว ไม่วางมือลงบ้างล่ะ"

ไรโอ ที่ยังฉุนไม่หาย ทำท่าจะร่ายเวทย์ใส่ โจเซฟกำลังจะเบี่ยงตัวหลย แต่ก็มีอันเลิก เพราะไม่มีเวทย์ใดๆ ออกมาอีกแล้ว

"เลิกเรียกข้าว่า 'ตาแก่' ซะที เจ้าเอง ก็ อย่าแก่บ้างแล้วกัน"

"เอาน่า เอาน่า อีกนานเหมือนกัน ว่าแต่ท่านเถอะ ทำไมไม่ให้ รุ่นหลานๆ ทำหน้าที่แทนบ้างล่ะ"

"รุ่นหลาน ?? เจ้าหมายความว่ายังไง ??"

"อ่าว แล้วท่านไม่มี ลูกศิษย์ ไม่มีคนสืบต่อหน้าที่อะไรแบบนั้นเหรอ"

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหมายถึงอะไรน่ะ" ไรโอ หัวเราะ อย่างสนุก เหมือนกับ โจเซฟเองพูดอะไรที่ ขำขันออกมา
นั่นทำให้ โจเซฟ ทำหน้าอบ่างบอกไม่ถูกว่า เขาพูโอะไรผิดงั้นเหรอ ?- -?

"เจ้าเอาอะไรมาพูดน่ะ ข้าเป็น อสูรมายานะ อสูรมายา ไม่สืบทอด อะไรทั้งนั้นหรอก แต่อะไรทำให้ เจ้าคิดแบบนั้น"

"อ่าว...ก็ข้าเห็น อสูรมายาอื่นๆ ไม่มีใครแก่เหมือนท่านเลย"

"อสูรที่เจ้ารู้จักน่ะ มีใครบ้าง"
โจเซฟคิดอยู่นาน ถึงเรื่องอสูรมายาที่รู้จัก จริงๆแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้จักใครมากมาย แต่ก็เป็นเรื่องจริง ที่ไม่มีใครดูแก่เหมือน ไรโอ ซักนิด

"ก็ อย่างเช่น...อิฟรีท ชิวา หรือ โกเลม"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" นั่นทำให้ ไรโอ หัวเราะ หนักขึ้นไปอีก
"เจ้านี่ ตลก จริงๆ สนุกจริงๆ ที่ไม่เชื่อมต่อกับเจ้า" นั่นทำให้ โจเซฟ ดูโง่เข้าไปอีก

"จริงอยู่ว่าที่เจ้าพูดมา เป็นอสูรมายา แต่เจ้าพวกนั้นน่ะ เป็น อสูร ในขณะที่ข้า ก็ยังมีสภาพของมนุษย์อยู่"

"งั้น ท่าน ก็มีวัยหนุ่มน่ะสิ"

"ไม่มีหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่แล้ว ข้าน่ะเป็น มนุษย์มาก่อน เป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจ แต่ข้ามาเป็นอสูรมายา ตอนที่เริ่มแก่นี่เอง และนั่นทำให้ข้า ไม่แก่ ไปกว่านี้อีก"

"เป็น อมตะ ว่างั้น" โจเซฟทำท่าแบบไม่น่าเชื่ออะไรเท่าไหร่

"ก็ คงงั้นล่ะมั้ง เพราะข้าอยู่ในสภาพนี้มานาน นานจนไม่มีอายุแล้วล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

เมื่อยังคิดอะไร ต่อไปออก โจเซฟ ก็เริ่มบ้างไปรอบๆ เพื่อดูว่า ตนเองอยู่ที่ไหน แล้วก็ พบว่า ที่นั่นมีสถานที่ อยู่ 2 แห่ง ใกล้ๆ
เขาจึงตัดสินใจเข้าไปดู
'สถานที่ สำหรับ Genju'

"สถานที่ฝึก" "สนามประลอง" สถานที่ 2 แห่ง ที่ดูเหมือนใช้สำหรับ Genju หรือ อสูรมายานั่นเอง

"สนามประลอง ไปเลยไอ้หนู" ยังไม่ทันได้ตัดสินใจ หรือคิดอะไร เสียงของ ไรโอ ก็ดังออกมาเพื่อเลือกสถานที่เอง

"ไม่ฝึกก่อนเหรอ" โจเซฟ ถามเพราะไม่มั่นใจ ในฝีมือของ อสูรมายา เท่าใดนัก

"ถึงภายนอก จะดู อายุปูนนี้ แต่ฝีมือข้าไปตกลงง่ายๆ หรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า สู้ไปเลย"

ว่าแล้ว โจเซฟ ก็ เข้าไปยัง สนามประลอง ต่อไป.........

_________________
Key Item : Cross Sword of Justice / อาราไนก๊า~ / ความรักของแม่กับลูก / shout removed !!
/ ฝนตกน้ำท่วม เสื้อแดงลอยคอ กอดคอโยกเยก
ImageImage
Key of Herbariam
Image


Top
 Profile  
 PostPosted: 14 Mar 2010 13:02  Reply with quote Report this post 
[E] Omake Chocobo
[E] Omake Chocobo
User avatar

Joined: 21 Dec 2003 01:09
Posts: 75983
Location: โลมากระแทกปาก !!!
Genju: Lv 99
Hp 9999
ShowKapok : โชว์กาโปก
Gil: 7777777
/omg2

_________________
Image
Image
Image


Top
 Profile E-mail ICQ  
 PostPosted: 21 Mar 2010 13:54  Reply with quote Report this post 
[E] Elfin
[E] Elfin
User avatar

Joined: 11 Jul 2005 16:49
Posts: 5469
Location: ทุกที่...ที่สายลมพัดผ่าน...
Genju: Lv 17
Hp 1100
-Wind & Shine : สายลม แสงแดด
Gil: 60284
ณ.ท้องทะเลแห่งหนึ่ง เรือดจรสลัดลำไม่น้อยและสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน กำลังล่องลอยอยู่รอบๆเกาะที่ไหนก็ไม่รู้


Image



โรบิน ซึ่งตอนนี้ได้กลายมาเป็นกะลาสีแบบเต็มตัวกำลังถูดาดฟ้าเรืออยู่



" แย่เลย คิดผิดมาก ผิดที่สุดในชีวิต แดดก็ร้อน ครีมกันแดดก็จะหมดแล้ว ทำไมชีวิตชั้นต้องมาเจออะไรแบบนี้นะ /swf " โรบินบ่นอุบ





Image


" นี่เธอว์ ถูตรงนี้เสร็จแล้วก็รีบเข้าไปข้างในเสริฟน้ำเสริฟข้าวให้ลูกเรือคนอื่นๆด้วยนะยะ นี่จะเที่ยงแล้วเร่งมือหน่อย "

กัปตันแจ็คเดินออกมาสั่งงานดรบินก่อนที่จะเดินสะบัดตูดกลับเข้าห้องนอนที่ด้านในเปิดแอร์เย็นฉ่ำ



" .... " โรบินไม่พูดอะไรแต่ในใจเธอ ด้ามไม้ถูพื้นทะลวงปากกัปตันแจ็คไปเรียบร้อยแล้ว /pp



ธาเลียบินมาเกาะไหล่ของโรบินพลางพูดว่า " ใจเย็นๆน้อโรบิน /swf "





แต่ทันใดนั้นเอง!






ตูม!!




" ว๊ายย! อะไร! เกิดอะไรขึ้น /omg " โรบินร้องตะโกน เรือโคลงเครงไปมา จนเธอล้มลงไปกองกับพื้น




" อะไร! เกิดอะไรขึ้นยะ /pif " กัปตันแจ็ค เดินโวยวายออกมาจากห้อง




" กัปตัน แย่แล้ว /omg " ตัวประกอบ A วิ่งเข้ามารายงานสถานะการ


" แล้วอะไรมันแย่เล่ามาสิโว๊ย /pif " กัปตันแจ็คหงุดหงิดใส่ตัวประกอบ A


" กัปตัน แหกตาดูโน่นก่อนสิครับ /omg " ตัวประกอบ A ชี้มือไปทางบางส่งบางอย่างที่ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรือของกัปตันแจ็ค





" โรบิน นั่นมัน! /omg "


" แย่แล้วธาเลีย นั่นมัน! /omg "












Image


เรือรบขนาดใหญ่ กำลังแล่นเข้ามาใกล้ ดูเหมือนว่าปากกระบอกปืนทุกอันกำลังเล็งมาทางที่โรบินอยู่พอดี!

_________________
- เขี้ยวหมาป่า 1 ea
- กุญแจ 1 ea
- ไวน์ชั้นเลิศ 3 ea
- ไข้หวัดหมู 1 ea
- ความรักของแม่กับลูก 1 ea

Image Image Image

" โรบินจะออกเดินทางแล้วนะ "

http://nihil.gigamag.net/board/viewtopic.php?t=16338


Top
 Profile  
 PostPosted: 30 Mar 2010 10:00  Reply with quote Report this post 
[D] Kirin
[D] Kirin
User avatar

Joined: 12 May 2004 17:49
Posts: 9621
Location: ถึงช่วงจำศีลแล้วหล่ะ เราอยู่ในถ้ำนะ
Genju: Lv 9
Hp 800
-Bright Light : แสงกิเลน
Gil: 0
สแปเหลือบมองเกนจูที่บวมน้ำของตัวเอง เธอรู้สึกผิด.....นิดนึง จึงจะหาทางเอาใจมันซะหน่อย

"นี่....ไปเกาะแก้วพิศดารกันม่ะ" เธอเอ่ยปากชวน "แถวนั้นมีม้านิลมังกรด้วย คล้ายๆกิเลนเลย"

เธอตั้งใจจะให้เกนจูได้เจอเพื่อน แต่ แน่ล่ะ คนที่ต้องออกแรงแบกเธอไปมันก็เกนจูของเธอนั่นแหละ

_________________
http://dragonden.exteen.com/

เขาว่ากันว่ามนุษย์นะชอบฝืนธรรมชาติ แต่เราว่าไม่ใช่หรอกก็มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์นี่นา


Last edited by -sparrow- on 04 Apr 2010 00:12, edited 1 time in total.

Top
 Profile  
 PostPosted: 30 Mar 2010 23:15  Reply with quote Report this post 
[E] Omake Chocobo
[E] Omake Chocobo
User avatar

Joined: 21 Dec 2003 01:09
Posts: 75983
Location: โลมากระแทกปาก !!!
Genju: Lv 99
Hp 9999
ShowKapok : โชว์กาโปก
Gil: 7777777
/odance2
มาดีน มองแล้วไป

_________________
Image
Image
Image


Top
 Profile E-mail ICQ  
 PostPosted: 04 Apr 2010 23:23  Reply with quote Report this post 
[X] Ultima Genju
[X] Ultima Genju
User avatar

Joined: 11 Apr 2008 11:48
Posts: 2413
Genju: Lv 73
Hp 6666 +/- 3000
Genju Avatar : สุ่มแปลงร่างเป้นเก็นจูว 1 ตัว
Gil: 16220
รีอาลองใช้ binding melody สะกดมาดิน /pp

_________________
Key Item "ดาบมารเลวานทีน"
Key Item "เศษเสี้ยวแห่งโอกาส ของกฎแห่งวันแห่งการรังสรรค์"
Key Item "หน้ายิ้มของ slime มันเมพหง่า"
สิทธิ์แปลงร่างเป็น Summon Ball โดยคง lv และ Hp เอาไว้
[img]http://public2.tektek.org/img/av/0804/d11/2/42a154.png[/img]
[img]http://upic.me/i/tb/i1555.gif[/img]


Top
 Profile  
 PostPosted: 05 Apr 2010 18:06  Reply with quote Report this post 
[E] Goblin
[E] Goblin
User avatar

Joined: 29 Jun 2006 23:41
Posts: 3546
Location: ผู้อยู่ตรงกลางระหว่างแสงสว่างและความมืด
Genju: Lv 17
Hp 950
Goblin Punch : กอบลินต่อย
Gil: 0
ณ ค่ำคืนหนึ่งบนโลกแห่งเทอร่าอันมีเรื่องราวน้อยใหญ่เกิดขึ้นมากมายมหาศาล แต่เรื่องราวที่จะกล่าวถึงในตอนนี้นั้น
เป็นเรื่องราวของนักเดินทางผู้หนึ่งและสิ่งที่เป็นปริศนาอีกสองสิ่งในยามค่ำคืนจันทร์เพ็ญดวงกลมโตที่รายล้อมไปด้วยดวงดาว


Image
เวลา - ประมาณเที่ยงคืน
สถานที่ - บริเวณทุ่งหญ้า
สภาพอากาศ - ฤดูร้อน อากาศอบอุ่นแต่มีลมเย็นๆพัดมาเป็นระยะ
ตัวละครหลัก - นักเดินทางชาย1คน,เด็กหญิงแวมไพร์ตัวเล็กจิ๋ว1คน,ดวงจิตเก็นจูว1ดวง

ในค่ำคืนที่เงียบสงบนี้ ชายนักเดินทางนามว่าโอดิสยังคงนั่งครุ่นคิดและหาสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ถึงแม้
เขาจะนั่งคิดผ่านมาได้เกือบชั่วโมงแล้วก็ตาม โดยเรมิเลียและดวงจิตเก็นจูวลอยอยู่ไม่ไกล

โอดิส : ........
เรมิเลีย : เอาแต่นั่งเงียบมาชั่วโมงกว่าแล้วนะ เดี๋ยวหัวก็กลายเป็นมันต้มพอดีหรอกโอดิส
โอดิส : ก็เรื่องมันชวนให้ตะขิดตะขัวใจน่ะ แถมคิดเท่าไหร่ก็หาคำตอบไม่ได้ด้วยสิ
เรมิเลีย : นิสัยคิดมากเกินไปแบบนี้มันจะทำให้มองไม่เห็นสิ่งที่ควรจะเห็นนะ ทั้งที่คำตอบก็อยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ
โอดิส : .......

โอดิสนั่งหันหน้ามองเรมิเลียอยู่ครู่นึง ก่อนที่จะทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก

โอดิส : นั่นสินะ เจ้าน่าจะรู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นนี่แล้วตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่ล่ะ
เรมิเลีย : อืม~~ ถ้าให้เล่าทั้งหมดเล่าทั้งคืนก็คงไม่จบหรอกนะและไม่รู้ว่าโอดิสจะเข้าใจรึเปล่าด้วยสิ
โอดิส : .....
เรมิเลีย : เอาแบบนี้แล้วกัน โอดิสถามเรื่องที่อยากรู้มาแล้วฉันจะบอกเป็นเรื่องๆไปแบบนี้น่าจะดีกว่านะ
โอดิส : พูดเหมือนกับว่ามันเกินปัญญาข้าไปไกลเลยนะ
เรมิเลีย : แหม~ ถ้าโอดิสลองคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นดูมันก็น่าจะมีเยอะแยะเลยใช่ไหมล่ะ

โอดิสไม่พอใจเล็กน้อยที่เรมิเลียพูดเหมือนตนไม่ฉลาดพอที่จะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
ก็ยอมรับได้เพราะมันก็มีเรื่องที่ไม่เข้าใจมากมายจริงๆอย่างที่เรมิเลียพูด เขาจึงเริ่มถาม

โอดิส : งั้นก่อนอื่นเลยเจ้าสิ่งนี้คืออะไรงั้นรึ

โอดิสชี้นิ้วไปที่ก้อนพลังงานประหลาดที่บินอยู่ไม่ห่างจากตัวเขา

เรมิเลีย : สิ่งนี้ถ้าให้อธิบายง่ายๆก็คือพลังงานต้นกำเนิดชนิดนึงถ้าให้เทียบกับมนุษย์แล้วก็คงเป็นดวงวิญญาณนั่นล่ะ
โอดิส : ดวงวิญญาณงั้นรึ.... แล้วทำไมสิ่งนี้ถึงบินวนไปมาอยู่ใกล้ข้าล่ะ
เรมิเลีย : ก็เหมือนกับที่ทารกเห็นคนที่เห็นคนแรกว่าเป็นพ่อแม่นั่นแหละ เจ้าสิ่งนั้นมันคงเห็นโอดิสคล้ายๆแบบนั้นน่ะ
โอดิส : งั้นชื่อเรียกของเจ้าสิ่งนี้คือ?
เรมิเลีย : ชื่อเรียกของสิ่งนี้น่ะมีเยอะแยะมากมายแล้วแต่ว่าคนในแต่ละพื้นจะเรียกว่าอะไร สิ่งนี้น่ะมันคล้ายกับดวงวิญญาณ
ที่เป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตแต่ต่างออกไปเล็กน้อยตรงที่ยังไม่ได้กำหนดรหัสทางพันธุกรรมพลังงานที่แน่ชัดลงไปและยัง
อยู่ในช่วงพัฒนาการและวิวัฒนาการจึงทำให้สิ่งนี้ยังไม่มีรูปแบบของชีวิตที่แน่ชัด จะเรียกสิ่งนี้ว่า[ดวงจิต]ก็ได้


โอดิสเริ่มนิ่งและทำหน้างงเล็กน้อยเนื่องจากคำอธิบายของเรมิเลียเริ่มจะฟังไม่ค่อยเข้าใจซะแล้วแต่ก็พอจะเข้าใจความหมาย
ที่เรมิเลียต้องการจะสื่อ ซึ่งเรมิเลียที่มองหน้าโอดิสอยู่ก็รู้ว่าโอดิสคิดแบบนั้นอยู่

โอดิส : แล้วควรจะทำยังไงกับเจ้าสิ่งที่เรียกว่าดวงจิตนี้ดีล่ะ
เรมิเลีย : หลักๆก็มีสองทางคือเลี้ยงดูไม่ก็แยกมันออกมาซะน่ะ ถ้าเลือกที่จะเลี้ยงดูดวงจิตนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งที่คล้ายกับ
ลูกหมาลูกแมวที่เก็บมาเลี้ยงล่ะมั้งพอเติบโตขึ้นก็จะเป็นอสูรรับใช้ของผู้ที่เลี้ยงดูมัน แต่ถ้าเลือกที่จะแยกมันออกมาดวงจิตนี้
ก็จะกลับไปอยู่ในสภาพเดิมก่อนที่จะเจอโอดิสเพื่อดูดซับพลังงานโดยรอบต่อไปไม่ก็โดนทำลาย

โอดิส : โดนทำลาย?
เรมิเลีย : ปลาใหญ่กินปลาเล็กยังไงล่ะโอดิส หากพลังงานอื่นที่แข็งแกร่งกว่ามาเจอมันเข้าก่อนที่จะพัฒนาได้สมบูรณ์ก็จะ
ถูกกลืนกินน่ะ แล้วสิ่งนี้ก็เชื่อมโยงกับโอดิสแล้วด้วยถ้าฝืนแยกออกก็อาจจะสลายตัวไปเลยก็ได้

โอดิส : ......

โอดิสนั่งเงียบไปชั่วแวบนึงก่อนจะมองไปยังดวงจิตที่ล่องลอยอยู่ ซึ่งดูจากแววตาและใบหน้าดูท่าทางจะได้คำตอบแล้ว
ส่วนเรมิเลียนั้นมองไปยังทั้งสองและยิ้มเล็กน้อยเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าโอดิสจะเลือกทางไหน

โอดิส : แล้วเลี้ยงดูดวงจิตนี่ต้องทำยังไงบ้างล่ะ
เรมิเลีย : ไม่ต้องทำอะไรมากหรอกแค่พาสิ่งนี้ไปไหนมาไหนด้วยแล้วระวังอย่าให้มันโดนพลังงานอะไรแรงๆก็พอแล้ว
มันจะดูดซับพลังงานโดยรอบแล้วพัฒนาตัวของมันเองนั่นแหละ ตกลงโอดิสเลือกที่จะดูแลมันสินะ

โอดิส : ใช่
เรมิเลีย : แล้วมีเรื่องอะไรจะถามอีกไหมโอดิส
โอดิส : อืม..... เรื่องเกี่ยวกับสถานที่ดำๆว่างๆข้าอยู่ก่อนจะเจอดวงจิตน่ะ
เรมิเลีย : แหม ถ้าเป็นเรื่องนั้นล่ะก็เข้าใจยากกว่าดวงจิตนี้อีกนะจะฟังจริงๆหรอ
โอดิส : เจ้าก็อธิบายให้ข้าพอเข้าใจบ้างก็พอแล้วล่ะ ว่ามันเป็นที่แบบไหน
เรมิเลีย : ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดล่ะก็สถานที่แห่งนั้นคือมิติแห่งนึง ที่ไม่อาจะวัดได้ว่ากว้างใหญ่ขนาดไหน หน้าที่ของ
ที่แห่งนั้นคือเป็นทางผ่านและเชื่อมต่อกับสถานที่และมิติแทบทุกแห่งที่เป็นไปได้ โดยสิ่งที่จะเข้าไปในมิติแห่งนี้ได้นั้นจะต้อง
มีเงื่อนไข เหตุผล สถานที่และช่วงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นถึงจะเข้าไปยังที่แห่งนั้นได้ และภายในมิติแห่งนั้นจะมีความเป็นกลาง
และอิ่มตัวแล้วจึงทำให้ไม่สามารถใช้พลังใดๆในที่แห่งนั้นได้

โอดิส : ......
เรมิเลีย : พอจะเข้าใจบ้างไหมล่ะโอดิส นี่อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆแล้วนะ
โอดิส : เอาเป็นว่าพอจะเข้าใจละกัน...
เรมิเลีย : ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจก็ได้เพราะเรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นกับโอดิสหรอกนะ คิดมากไปก็เสียเวลาเปล่าๆ
โอดิส : ......

จริงอย่างที่เรมิเลียพูดที่ว่าเรื่องนี้นั้นไม่จำเป็นกับตัวโอดิสเลยเพราะถึงจะทำความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับมิตินั้นได้ตัวของโอดิสก็
ไม่มีอะไรที่จะต้องไปเกี่ยวข้องกับมิติแห่งนั้นอีกแล้ว หากชะตากรรมไม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างที่คาดไม่ถึง.....

โอดิสนั่งเงียบอยู่อีกพักนึงก่อนจะฉุกคิดถึงอะไรบางอย่างได้ จึงถามเรมิเลียต่อ

โอดิส : แล้วสถานที่ๆข้าออกไปจากมิตินั้นล่ะคือที่ไหนกัน
เรมิเลีย : หือ?
โอดิส : ว่าไงดีล่ะ มันคล้ายกับข้าได้ยืนอยู่ในท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาวเล็กใหญ่มากมายแต่ที่แห่งนั้นมันดูยิ่งใหญ่
กว่านั้นมาก และยังกว้างใหญ่มากจนหาจุดจบไม่เจอเลยด้วย!


โอดิสเล่าด้วยท่าทางและสีหน้าสนอกสนใจปนดีใจกับสิ่งที่ได้พบเจอ ส่วนเรมิเลียก็คิดสักพักแล้วเงยหน้ามองไปยังฟากฟ้า
ก่อนที่จะเข้าใจว่าสถานที่ที่โอดิสพูดนั้นคือที่ไหน

เรมิเลีย : อ๋อ ที่แห่งนั้นเองหรอกหรอดีนะเนี่ยที่โอดิสไปแค่ดวงจิตเพราะถ้ากายเนื้อไปด้วยล่ะก็คงตายอนาถไปแล้วล่ะ
โอดิส : หา.....?
เรมิเลีย : ถ้าเป็นวิทยาการระดับของเทอร่าก็น่าจะพอรู้เกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นแล้วล่ะนะ ไว้ลองไปหาอ่านตามห้องสมุด
ก็น่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างแล้วน่ะ

โอดิส : ข้าตามที่เจ้าพูดไม่ทันแล้วนะ ช้าลงหน่อยสิ
เรมิเลีย : เรื่องนี้สำหรับโอดิสคงพอเข้าใจได้ล่ะมั้ง งั้นจะอธิบายย่อๆให้แล้วกันเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นที่เรียกว่า[จักรวาล]น่ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่า........


ในคืนนั้นเรมิเลียเรมิเลียยังคงพูดคุยและอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า[จักรวาล]แบบย่อๆให้โอดิสฟัง ซึ่งโอดิสก็นั่งฟังอย่าง
สนอกสนใจและอยากรู้อยากเห็น ส่วนดวงจิตนั้นก็ยังคงลอยวนเวียนไปมาอยู่รอบตัวโอดิสอยู่เหมือนเดิม น่าเสียดายที่ต่อให้
อธิบายย่อๆแล้วแต่เรมิเลียก็ไม่สามารถอธิบายให้โอดิสฟังจนจบได้ จนกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นเรมิเลียจึงกลับเข้าไปพักผ่อน
ภายในร่างกายของโอดิสโดยก่อนไปยังบอกอีกว่าที่เล่าไปนั่นยังแค่1ใน10ของทั้งหมดเท่านั้นเอง ไว้คืนไหนมีอารมณ์จะมาเล่าให้ฟังต่อ
ส่วนโอดิสนั้นสนอกสนใจเรื่อง[จักรวาล]ที่เรมิเลียเล่ามากจึงคิดจะให้เรมิเลียเล่าให้ฟังต่อเมื่อตนว่าง ก่อนจะงีบหลับอีกสักชั่วโมง
เนื่องจากเมื่อคืนได้นอนไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วจึงออกเดินทางต่อโดยที่มีดวงจิตล่องลอยติดตามไปด้วย

Return To Part1?

_________________
Image
น่าจะหายแล้ว (~_~)


Top
 Profile  
 PostPosted: 18 Apr 2010 11:04  Reply with quote Report this post 
[A] Maudin
[A] Maudin
User avatar

Joined: 23 Dec 2009 23:52
Posts: 513
Location: 稲福 深優 (Inafuku)
Genju: Lv 65
Hp 5955
Chaos & Cosmos : จุดเริ่มแห่งอลหม่าน และ ระเบียบ
Gil: 7749
ภายในป่าดงดิบอันซุกซ่อนความเร้นลับ ลึกลงไปใต้แม่น้ำอันแสนคดเคี้ยว แคลร์ เมเน่ และฟิวร์อา อยู่ภายในถ้ำใต้น้ำที่เก็บกักอากาศเอาไว้จนกลายเป็นถ้ำที่กว้างขวาง ทว่าเปราะบาง แตกหักง่าย

แคลร์กำลังนั่งทำสมาธิบนพื้นหินเรียบซึ่งหาได้ยากยิ่งภายในถ้ำที่ปรากฏแต่หินงอก หินย้อย และก้อนแร่ธาตุจำนวนมากมายที่จัดกลุ่มกันได้อย่างงดงามราวกับเป็นงานศิลปะ โดยมีเมเน่ซึ่งนั่งอยู่บนหินงอกรูปร่างแปลกๆต่างเก้าอี้คอยให้กำลังใจอยู่ห่างๆ

ในขณะนี้ แคลร์กำลังฝึกสิ่งที่ฟิวร์อาเรียกมันว่า “การจำแลงกาย”

“มันคือการนำร่างจริงของข้าซึ่งบรรจุอยู่ภายในตัวเจ้าให้ปรากฏออกมาส่วนหนึ่งโดยมีร่างของเจ้าเป็นสื่อกลาง หรือพูดง่ายๆก็คือการนำพลังของข้าออกมาใช้นั่นแหละ”

นั่นคือสิ่งที่ฟิวร์อาอธิบายเอาไว้

วงเวทย์ถูกร้อยเรียงขึ้นภายใต้พื้นหินที่แคลร์นั่งอยู่ เปลวไฟสีม่วงผุดขึ้นมาและวิ่งไล่ไปตามสัญลักษณ์วงเวทย์ มันไม่ร้อนและไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่บริเวณรอบข้าง เปลวเพลิงเข้าห่อหุ้มร่างของแคลร์แบบเดียวกับตอนที่ฟิวร์อาเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์

แคลร์ทำพันธสัญญากับฟิวร์อาในลักษณะที่ต่างกับคนทั่วไป ซึ่งจะเป็นการนำพลังของเกนจูวมาใช้ในรูปแบบที่เรียกว่าการอัญเชิญ ซึ่งจะเป็นการเรียกเกนจูวตนนั้นออกมาส่วนหนึ่งหรือทั้งร่าง โดยใช้พลังเวทย์ของตนเองสื่อนำในการปรากฏตัวของเกนจูว และเกนจูวที่ถูกเรียกออกมาจะแยกเป็นเอกเทศกับผู้อัญเชิญโดยสิ้นเชิง

ในกรณีของแคลร์คือการบรรจุร่างฟิวร์อา ซึ่งเป็นเกนจูวที่ทำพันธสัญญาด้วยลงไปในร่างกายของตน ซึ่งวิธีนี้จะสามารถนำพลังของเกนจูวมาใช้ได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย หากแต่วิธีนี้นั้นต้องสังเวยความมีตัวตนเพื่อที่จะให้มีช่องว่างในการบรรจุร่างของเกนจูวลงไป และทำให้คนๆนั้นสูญเสียสภาพความเป็นมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง (เดิมทีแคลร์เองก็สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปก่อนหน้านี้แล้ว เธอจึงไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย)


ก่อนหน้านี้แคลร์ถามถึงเหตุผลที่ต้องถ่อดำน้ำมาฝึกในสถานที่ยุ่งยากแบบนี้

“ก็ข้ารู้นิสัยของเจ้าน่ะซี่ว่าเวลาฝึกมักจะเผลอทุ่มปล่อยพลังสุดตัวเสมอ แต่การจำแลงกายเป็นการควบคุมพลังของข้าผ่านวงเวทย์ ถ้าฝืนใช้พลังของเจ้าเองควบคุมก็จะสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ และถ้าใช้แต่พลังของข้ามากเกินไปก็จะควบคุมไม่ได้ดั่งใจนึกไงล่ะ”

“อ๋อ ถ้าแคลร์เผลอใช้พลังตัวเองควบคุมจะทำให้ปลดปล่อยพลังมากเกินไป หินพวกนี้ก็จะแตกหักทำให้สังเกตเห็นได้ง่ายใช่มั้ย”

“แถมยังรู้นิสัยรักของสวยๆงามๆจากธรรมชาติพวกนี้ เลยจงใจให้ฉันมาฝึกที่นี่สินะ”

ฟิวร์อาเพียงระเบิดหัวเราะออกมาดังๆ


เปลวเพลิงที่ห่อหุ้มดับวูบลง วงเวทย์หายไปจากพื้น

“ฮี่ๆ สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติเลยล่ะ แม่นักเรียนสมองไวของข้า แคลร์ เอ็นทิวรี่”

ฟิวร์อาพูดผ่านจี้ห้อยคอคริสตัลสีแดงบนหน้าอกแคลร์

แคลร์ลองสำรวจร่างกายของตนแต่ก็ไม่พบความเปลี่ยนแปลง หรือควรจะพูดว่าไม่พบสิ่งใดๆในจุดที่ตาของเธอมองเห็น

“น่ารักมากเลยแคลร์”

คำว่า ‘น่ารักมากเลย’ ที่หลุดออกจากปากเมเน่ทำให้แคลร์อดสงสัยไม่ได้ เมเน่จึงหยิบกระจกออกมาให้แคลร์ราวกับรู้งาน

นัยน์ตาของเธอที่ควรจะเป็นสีส้มถูกเปลี่ยนเป็นสีม่วง และดูเหมือนมันกำลังขยับอยู่ราวกับเปลวไฟลุกโชนอยู่ภายในดวงตา ทว่า มันยังห่างไกลจากคำว่า “น่ารักมากเลย” ที่เมเน่พูดถึง

และแคลร์ก็พบคำตอบเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติที่โผล่พ้นผมสีเหลืองเข้มจนเกือบเป็นสีส้มของเธอขึ้นมา 2 อัน มันคือหูสัตว์ซึ่งมีขนสีม่วง หูของหมาป่า

เธอลองเอื้อมมือไปจับก็พบว่ามันไม่สามารถจับต้องได้เหมือนเอามือผ่านเปลวไฟ ทว่าเธอก็รู้สึกเหมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย และสามารถ “กระดิก” มันได้ตามความต้องการของเธอ

ทว่า ไม่ใช่แค่หู แคลร์รู้สึกว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งโผล่ออกมาที่ก้นกบ กรณีเดียวกับใบหู เธอสามารถควบคุมมันได้ตามใจชอบ เมื่อหันไปดูก็พบว่ามันคือหางฟูฟ่องของหมาป่าที่มีขนสีม่วงตามคาด

“นี่มันคืออะไรเหรอ”

“ ’ร่างจำแลง’ ไงล่ะ อย่างที่เจ้าเคยเห็นนั่นแหละว่าร่างจริงของข้าคือหมาป่า พอจำแลงกายมันก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนั่นแหละ”

“หูกับหางเนี่ยะนะ”

แคลร์กระดิกหูและโบกหางไปมาเล่น

“แล้วมันทำอะไรได้ล่ะ”

“ตาเอาไว้มองทะลุจิตใจ ส่วนหูก็เอาไว้ฟังเสียงของจิตใจไง ทำไมไม่ลองกับแม่หนูตัวจิ๋วนั่นดูล่ะ แคลร์ เอ็นทิวรี่ นักเรียนใฝ่รู้ของข้า ฮี่ๆๆ”

“ไม่เอานะ! อย่านะแคลร์!”

ทว่า การออกปากห้ามไม่เป็นผล แคลร์ใช้ดวงตาสีม่วงมองไปยังเมเน่ ภาพตรงหน้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ภาพอีกภาพหนึ่งถูกฉายซ้อนกับร่างของเมเน่ราวกับเบิกตาอีกดวงหนึ่ง มันคือภาพจินตนาการของเมเน่

ภาพของแคลร์ตอนนอนหลับสนิท หายใจแผ่วเบา ดูน่ารักสมอายุ

(ปกติจะดูจริงจัง เคร่งขรึม แต่พอนอนทีไรกลับดูน่ารักทุกทีเลย เมื่อคืนนี้ก็เหมือนกัน อ๊า! ไม่ได้นะ! แคลร์อาจจะกำลังอ่านใจเราอยู่ก็ได้!)

แคลร์เขินอาย หน้าแดงราวกับมีไข้สูง และไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาใช้ในสถานการณ์แบบนี้

“ขะ... ขอบใจ...”

“มะมะ ไม่ใช่อย่างที่เห็นนะแคลร์! เอ่อ มันอาจจะใช่ก็ได้ แต่ฉันไม่ได้คิดอกุศลนะ! แค่คิดว่าแคลร์น่ารักเฉยๆก็เลย...”

(ตอนแคลร์เขินน่าแดงก็น่าร้าก อ๊า! ฉันเผลอคิดอะไรออกไปอีกแล้วเนี่ยะ!)

“พะ พอก่อนดีกว่า...”

แคลร์คลายร่างจำแลง หูและหางกลายเป็นสะเก็ดไฟสีม่วงก่อนจะสลายไป (เหมือนแคลร์จะได้ยินเมเน่คิดว่า “เสียดายจัง” วูบหนึ่ง) และมีเสียงระเบิดหัวเราะตามมา

“เคี๊ยก ฮ่า ฮ่า ฮ่า เป็นไงบ้าง แคลร์ เอ็นทิวรี่ สาวเหนียมขี้อายของข้า! ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้อ่านใจคน แถมยังเป็นความคิดของเพื่อนสนิทอีกต่าง... ว๊ากกกกกก!"

แต่ยังไม่ทันพูดจบดีก็โดนแคลร์จับเหวี่ยงหมุนติ๊วจนต้องร้องโหยหวน

“นี่นายคิดอยู่แล้วใช่มั้ยว่าจะต้องเป็นแบบนี้น่ะ”

แคลร์ถามกึ่งอายกึ่งฉุนหลังจากหยุดเหวี่ยง

“เจ้าต้องฝึกรับมือกับความในใจของคนอีกเยอะถ้าคิดจะใช้พลังของข้า ข้าก็แค่ยกตัวอย่างให้เห็นเท่านั้นเองว่าอาจจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”

ฟิวร์อาเอาของเท็จจริงมาโต้แย้งจนแคลร์ไม่อาจเถียง ได้แต่รู้สึกฉุนด้วยอารมณ์ด้านที่ไร้เหตุผลของตัวเอง พลางมองไปทางเมเน่ที่นั่งอยู่บนหินงอกก้อนหนึ่ง และเอาหน้าซุกกับเข่าตัวเอง

(แคลร์รู้หมดแล้ว แคลร์เห็นหมดแล้ว เราจะกล้ามองหน้าแคลร์ได้ยังไงเนี่ยะ)

เมเน่คิดในใจด้วยความอับอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (แน่นอนว่าแคลร์อ่านใจเธอไม่ได้ในตอนนี้ แต่ก็พอจะเดาออก)

(เมเน่ตอนทำท่าอายสุดๆก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ...)

แคลร์เผลอหน้าแดงอีกรอบและรีบสลัดความคิดบ้าๆออกไป แต่ดูเหมือนฟิวร์อาจะมองออก

“เคี๊ยกๆๆ แต่นานๆทีได้เห็นพวกเจ้าสองคนเป็นแบบนี้ก็สนุกไปอีกแบบนะ ว๊ากกกกก!”

แน่นอนว่าโดนแคลร์จับเหวี่ยงอีกหน

_________________
Key Item : zombie zombie in head
Key Item : MOE POWER
Key Item : M69
ยังไม่มีโอกาสได้ใช้เลยเว้ย /OTL
ImageImage
http://user.nicocast.com/kyubuns/systemscan/


Top
 Profile E-mail  
 PostPosted: 04 May 2010 16:26  Reply with quote Report this post 
[C] Ramuh
[C] Ramuh
User avatar

Joined: 05 Mar 2004 01:03
Posts: 9080
Location: White Palace
Genju: Lv 42
Hp 2700
Judgement Bolt : สายฟ้าพิพากษา
Gil: 490
"เก่ง เหมือนกันนี่ ลุง" โจเซฟกล่าวชม ไรโอ ที่ชนะการประลอง ได้ถึง 2 ครั้ง

"เป็นยังไง ล่ะ ฝีมือข้า มันไม่ตกลงไปหรอก ฮ่า ฮ่า" ไรโอ อวดความสามารถของตัวเอง

"ถ้า อย่างนั้น ฝึกให้ข้าบ้างสิ ข้าอยากใช้ เวทย์สายฟ้า แบบท่านได้บ้าง"

"เจ้าโง่" ไรโอ หวดไม้เท้าใส่โจเซฟ แต่เขา ก็สามารถหลบได้ทันท่วงที
"ข้าไม่หลงกล เจ้าหรอก ข้ารู้นะว่า เจ้าจะพาข้าไป โรงฝึกอะไรนั่น บอกแล้วไง ฝีมืออย่างข้า ไม่ต้องฝึกหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ยกยอ ตัวเอง เสร็จ ไรโอก็หวดไม้เท้า กลับมาโดย โจเซฟไม่ระวังตัว

"อ๋อออยยยย" /??

_________________
Key Item : Cross Sword of Justice / อาราไนก๊า~ / ความรักของแม่กับลูก / shout removed !!
/ ฝนตกน้ำท่วม เสื้อแดงลอยคอ กอดคอโยกเยก
ImageImage
Key of Herbariam
Image


Top
 Profile  
 PostPosted: 04 May 2010 18:46  Reply with quote Report this post 
[A] Maudin
[A] Maudin
User avatar

Joined: 23 Dec 2009 23:52
Posts: 513
Location: 稲福 深優 (Inafuku)
Genju: Lv 65
Hp 5955
Chaos & Cosmos : จุดเริ่มแห่งอลหม่าน และ ระเบียบ
Gil: 7749
ภายในตึกร้างสูงใหญ่ที่จวนเจียนจะถล่ม แคลร์กำลังวิ่งไต่ไปตามกำแพงตึกด้วยขาสองข้าง

ขณะนี้แคลร์จำแลงกาย และสำแดงพลังออกมาในรูปหูหมาป่าเพลิงและหางเพลิงสีม่วง รวมไปถึงดวงตาสีม่วงที่วูบไหวราวกับมีเปลวเพลิงคุกรุ่นอยู่

ทว่า สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้แคลร์ต้านทานแรงโน้มถ่วงด้วยขาเพียง 2 ข้างได้

ที่แคลร์ทำได้เพราะรวบรวมเพลิงของฟิวร์อาเอาไว้ที่ฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง เป็นการฝึกทักษะการใช้เพลิงของฟิวร์อาในรูปแบบต่างๆที่นอกเหนือไปจาก "แทรกแทรงจิต" และ "สดับจิต" ซึ่งเป็นความสามารถปกติของฟิวร์อา

'ตูม!'

ระเบิดรุนแรงใต้ฝ่าเท้าที่แคลร์ยืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน เธอจับสัมผัสและกระโดดหลบได้ในเสี้ยววินาที

เนื่องจากเธอวิ่งไต่กำแพงในแนวดิ่ง การกระโดดหลบแรงระเบิดจึงทำให้ตัวเธอลอยเคว้งอยู่กลางอากาศโดยที่ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้

เป็นโอกาสดีของฝ่ายตรงข้าม

กระสุนเวทย์สีฟ้ายิงเข้าใส่แแคลร์นับไม่ถ้วน ไม่มีทางที่จะป้องกันได้หมด และไม่สามารถหลบได้ในขณะที่ลอยเคว้งกลางอากาศเช่นนี้ เด็กสาวกำลังอับจนหนทาง

ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น

ทว่า แคลร์รวบรวมเพลิงเอาไว้ที่ฝ่าเท้าและสร้างแรงระเบิดขึ้น ทำให้เธอสามารถเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศกระทันหันได้

กระสุนเวทย์สีฟ้าพุ่งผ่านไปโดยไม่โดนเป้าหมาย

และจากทิศทางของกระสุนเวทย์ ทำให้เธอสามารถจับทิศทางที่เป้าหมายยิงออกมาได้ แคลร์เหยียบกำแพงและสร้างแรงระเบิดใต้ฝ่าเท้าอีกหน กระโจนเข้าไปในตึกอีกฝั่งที่กระสุนเวทย์ถูกยิงออกมา

ทว่า หลังจากกระโจนเข้าไปในตัวตึกผ่านหน้าต่าง กลับมีกลุ่มก้อนของพลังเวทย์สีฟ้ารออยู่แทน

"กับดัก!"

กล่มก้อนพลังเวทย์ระเบิดออกอย่างรุนแรงจนกำแพงร้าว ควันสีม่วงและสีฟ้าตลบอบอวลจนมองไม่เห็นภายใน

"วะ หวา... รุนแรงเกินไปรึเปล่าเนี่ยะ"

เมเน่ลงมาตรวจสภาพผลงานของตนแล้วอดตกใจกับแรงระเบิดเวทย์ของตัวเองไม่ได้ แม้จะรู้ว่าแคลร์ไม่มีทางตายได้ด้วยแรงระเบิดแค่นั้น

"รอบนี้ฉันชนะอีกแล้วนะแคลร์ พักกันก่อนดีกว่า"

เมเน่บินเข้าไปตึกร้างผ่านหน้าต่างแล้วตะโกนเรียกแคลร์ที่อยู่ภายในกลุ่มควัน

ทว่า

"แน่ใจเหรอ"

เสียงเย็นเยียบอำมหิตดังมาจากด้านหลังของเธอ

"หะ!"

เธอถูกมือของแคลร์คว้าเอาไว้โดยไม่มีโอกาสได้โต้ตอบแม้แต่น้อย แคลร์โผล่ออกมาในสภาพไร้รอยขีดข่วน

"ดะ ได้ไงอะ"

หมายถึง แคลร์น่าจะโดนแรงระเบิดเข้าไปเต็มๆ แต่ทำไมกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย ด้วยเวลากระชั้นชิดไม่น่าจะรวบรวมเพลิงของฟิวร์อาต้านแรงระเบิดระดับนั้นได้ทัน และไม่น่าจะมีเวลาร่ายเวทย์ใดๆได้ทัน นอกจากนี้ยังอ้อมมาทางด้านหลังของเมเน่อีกต่างหาก

"ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่านั่นคือกับดัก ก็แค่รวบรวมเพลิงเอาไว้ล่วงหน้าแล้วเจาะรูบนพื้นหลบลงไปชั้นล่าง แค่นี้ก็ไม่โดนระเบิดแล้วล่ะ"

แคลร์อธิบายด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ และเมเน่เสริมส่วนที่ขาดไปด้วยเสียงงอน

"แล้วก็รอให้ฉันเข้ามาดูผล ค่อยแอบปีนหน้าต่างจากชั้นล่างอ้อมมาอยู่ด้านหลังฉันสินะ"

"เคี๊ยกๆๆ อย่าเพิ่งได้ใจไปเลย แคลร์ เอ็นทิวรี่ แม่สาวนักวางแผนของข้า เจ้าสู้มาสิบเอ็ดรอบเพิ่งชนะเมเน่ไปสามหนเองไม่ใช่เหรอ"

"ก็ถ้าฉันเก่งแล้วจะมาฝึกอยู่อย่างนี้เหรอ ถ้าใช้พลังของนายได้คล่องเมื่อไหร่ผลมันก็ไม่ออกมาเป็นแบบนี้หรอกน่า"

แม้ว่าจะได้รับพลังจากฟิวร์อามา ทว่า การควบคุมเพลิงและใช้ประโยชน์จากมันเป็นสิ่งใหม่สำหรับแคลร์เนื่องจากพื้นฐานนั้นต่างจากการฝึกร่างกายและการร่ายเวทย์มนต์โดยสิ้นเชิง ซึ่งไม่ต่างกับนักดาบหันมาจับทวนแทน ก็ไม่สามารถมี่จะเก่งเท่ากับตอนจับดาบได้

การฝึกนี้จะช่วยให้แคลร์พลิกแพลงบทบาทของพลังแต่ละประเภทได้หลากหลายขึ้น

ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายของตนเอง

ทักษะการใช้เวทย์มนต์เมื่อยูนิชั่นกับเมเน่

ทักษะการใช้เพลิงสร้างปรากฏการณ์ที่เวทย์มนต์ไม่ครอบคลุมถึง

หากใช้ทักษะสามอย่างนี้ร่วมกันได้ ระดับความสามารถของแคลร์จะก้าวกระโดดอย่างมากทีเดียว

"จะว่าไป เจ้าก็ฝึกใช้เพลิงของข้ามานานแล้วนะ นี่ก็คงใกล้ได้เวลาแล้วล่ะ"

จู่ๆฟิวร์อาก็เปรยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แน่นอนว่าแคลร์และเมเน่หันไปถามจี้ที่ห้อยอยู่บนหน้าอกแคลร์พร้อมกัน

"อะไรเหรอ"

"เวลาที่จะยกระดับของเจ้ากับข้าขึ้นไปอีกข้นไง"

แคลร์และเมเน่ยังคงมีสีหน้าสงสัย

"อย่างที่ข้าเคยบอกพวกเจ้าไปนั่นแหละ ว่าเพลิงที่แคลร์ใช้คือพลังตัวตน และเจ้าก็มีพลังตัวตนของเมเน่คอยเติมอยู่ตลอดเวลา การดึงพลังตัวตนออกมาใช้ก็จะยิ่งทำให้พลังชีวิตที่ฟื้นกลับมาเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น"

"แต่นายก็เคยบอกไม่ใช่เหรอว่าถึงจะเพิ่มได้ มันก็ถูกจำกัดด้วยขนาดของตัวตนอยู่ดี"

"ใช่ ข้าเคยบอกแบบนั้น แต่เจ้าสามารถขยายขนาดตัวตนของเจ้าได้ด้วยการใช้พลังตัวตนออกไป และให้พลังตัวตนของเมเน่ฟื้นฟูพลังตัวตนของเจ้าไงล่ะ ในขณะเดียวกันพลังตัวตนของเจ้าก็ยังคงฟื้นฟูตามปกติ เมื่อรวมกับพลังตัวตนของเมเน่ที่ฟื้นฟูให้เจ้าก็จะช่วยขยายขนาดตัวตนของเจ้าได้"

เมเน่ยิ้มเจื่อนเพราะทำความเข้าใจได้ไม่ถึงครึ่ง ส่วนแคลร์พูดออกมาโดยไม่เกรงใจว่า

"ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจแฮะ"

"เอาเป็นว่า ช่วงที่เจ้าฝึกการใช้เพลิง ขนาดตัวตนของเจ้าก็เพิ่มขึ้นโดยที่เจ้าไม่รู้ตัวไงล่ะ ตอนนี้ข้าว่าเจ้าเตรียมตัวได้แล้วล่ะแคลร์"

"เตรียมตัวอะไรเหรอ"

"เตรียมตัวเห็นผลของการขยายตัวตนที่เป็นรูปธรรมไงล่ะ ฮี่ๆๆ"

แคลร์จะรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่ฟิวร์อาเก็บงำอะไรไว้ ในขณะที่เมเน่ตื่นเต้นเหมือนกับกำลังรอชมภาพยนต์เรื่องใหม่

(ถามไปก็คงไม่บอกอยู่ดีนั่นแหละ)

"แล้วฉันต้องเตรียมตัวอะไรบ้างล่ะ"

_________________
Key Item : zombie zombie in head
Key Item : MOE POWER
Key Item : M69
ยังไม่มีโอกาสได้ใช้เลยเว้ย /OTL
ImageImage
http://user.nicocast.com/kyubuns/systemscan/


Top
 Profile E-mail  
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 24 posts ]  Go to page 1, 2  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You can post new topics in this forum
You can reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum

Search for:
Jump to:  


Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Style originally created by Volize © 2003 • Redesigned SkyLine by MartectX © 2008 - 2009